การตรวจเช็ค“มะเร็ง”เบื้องต้น

พฤติกรรมของคนทั่วไปคือไม่อยากพบแพทย์ หากไม่มีอาการป่วยที่รุนแรงจริงๆ ซึ่งในผู้ป่วยมะเร็งเองก็เช่นกัน ส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่อตรวจพบเจอก้อนมะเร็ง ที่ลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว ทำให้ยากต่อการรักษาให้หายขาด แพทย์จึงแนะนำให้ตรวจสุขภาพทุกปีเพื่อค้นหาความผิดปกติ หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งต่างๆ และหมั่นสังเกตอาการเบื้องต้นของ โรคมะเร็งได้ด้วยตัวเราเอง

เพราะเราในฐานะ เจ้าของร่างกาย ย่อมต้องรู้ถึงความผิดปกติและสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปได้ก่อนผู้อื่น เช่น คลำพบก้อนเนื้อ น้ำหนักตัวลดหรือเพิ่มผิดสังเกต มีเลือดออกที่อวัยวะต่างๆ การขับถ่ายเปลี่ยนไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการก่อตัวของโรคมะเร็งได้ วันนี้เรามาศึกษาวิธีสังเกตความผิดปกติของร่างกายได้จากอาการต่อไปนี้ 1. มะเร็งเต้านม จะพบก้อนที่เต้านมหรือรักแร้ เต้านมมีขนาดและรูปทรงเปลี่ยนไป หัวนมบุ๋มหรือหัวนมบอด (จากเดิมที่ปกติ) ผิวหนังที่เต้านมบุ๋มลงไปคล้ายลักยิ้ม ผิวหนังที่เต้านมมีผื่น แดง ร้อน และขรุขระคล้ายผิวส้ม มีของเหลวคล้ายน้ำเหลือง หรือน้ำเลือดไหลออกจากหัวนม 2. มะเร็งปากมดลูก ในระยะเริ่มแรก จะไม่มีอาการแสดงชัดเจนแต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (ตรวจแปปสเมียร์) เมื่อเริ่มเป็นมากขึ้น จะพบว่ามีอาการเลือดออกผิดปกติจาก ช่องคลอด เช่น ประจำเดือนมานานผิดปกติ มีเลือดออกแบบกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน เลือดออกในขณะหรือหลังจาก มีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังวัยหมด ประจำเดือน ตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือมีเลือดปนออกมา 3. มะเร็งรังไข่ ถือเป็น “มะเร็งเงียบ”ชนิดหนึ่งเพราะเป็นมะเร็งที่ตรวจพบยากเนื่องจากในระยะแรกมีอาการคล้ายกับ โรคทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ท้องผูก ทำให้ผู้ป่วยมักไปพบแพทย์เพื่อตรวจ ระบบทางเดินอาหารแทนการตรวจหา มะเร็ง หากมะเร็งเข้าสู่ระยะลุกลาม ผู้ป่วยมักคลำเจอก้อนเนื้อแถวท้องน้อย ปวดท้องน้อย ท้องโตขึ้นรวดเร็ว มีพุงห้อยย้อยระดับต่ำกว่าปกติ และมีประจำเดือน ผิดปกติ
4. มะเร็งตับ มีอาการปวดบริเวณ ชายโครงด้านขวา และอาจปวดร้าวไปที่หลัง และ/หรือไหล่ขวารวมถึงบริเวณลำตัวซีกขวา ทั้งหมด ผู้ป่วยมีอาการตัวเหลือง ตาขาว เป็นสีเหลือง น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีอาการท้องมาน ตับโตขึ้นจนช่วงท้องเปลี่ยนรูปร่างไป
5. มะเร็งปอด มีปัญหาเรื่องการหายใจ เช่น หายใจมีเสียงหวีดๆ หรือหายใจสั้นถี่ๆ หอบ เหนื่อยง่ายและเหนื่อยเป็นประจำ หายใจไม่ทั่วท้อง เจ็บหน้าอก ไอบ่อย ไอเป็นเลือดออก เสียงแหบ และน้ำหนักลด อย่างรวดเร็ว
6. มะเร็งกระเพาะอาหาร ในระยะแรก ผู้ป่วยมีอาการท้องอืดหลังรับประทานอาหาร รู้สึกเหมือนอาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อโรคลุกลามขึ้นจะเจ็บช่องท้องบริเวณส่วนบนและตรงกลาง คลื่นไส้เป็นประจำ โดยอาเจียนมีเลือดปนมาด้วย และอาจจะพบเลือดในอุจจาระหรืออุจจาระเป็นสีดำ
7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายกับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะติดขัดและปวดแสบหลังปัสสาวะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือมีเพียงหยดเลือดออกมาหลังจากปัสสาวะสุดแล้ว หากมะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงจะอาจทำให้ท่อไตอุดอัน ไตวาย ปวดหลังบริเวณล่าง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth