นักจิตวิทยาเตือนเคสลุงตุ๋ยตูบ ถ้าหาสัตว์ไม่ได้ระวังทำเด็ก

นักจิตวิทยาเตือนกรณีลุงหื่นข่มขืนสุนัขทางทวาร หากกำหนัดจัดหาสัตว์ระบายอารมณ์ไม่ได้ จะมุ่งเป้าไปที่เด็กน้อยไร้เดียงสา เพราะไม่มีปากมีเสียง ควรรีบบำบัดรักษา

จากกรณี นางบังอร พุ่มแก้ว เข้าร้องเรียนกับศูนย์วิทยุ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า สุนัขที่เลี้ยงไว้ชื่อจุด อายุ 7 ปี ถูกนายเชน (นามสมมุติ) อายุ 65 ปี ข่มขืนทางถวารแต่ไม่ขอเอาเรื่องลุงหื่นเพราะสุนัขเข้าไปหาเองตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น แต่อย่างไรก็ตามได้สร้างความกังวลใจให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมากในเรื่องความปลอดภัยทางเพศ เพราะเชื่อว่าคนที่มีความต้องการทางเพศมากจนต้องระบายกับสัตว์แบบนี้อาจจะก่อเหตุกับเด็กและผู้หญิงได้
ล่าสุดวันที่ 29 มิ.ย. “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้ติดต่อสอบถามไปยัง ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยาและที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวทราบว่า คนที่ชอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับสัตว์นั้นไม่ได้เป็นโรคจิต แต่มีความเบี่ยงเบนทางเพศหรือพวกวิปริตทางเพศ ชอบมีเพศสัมพันธ์กับอะไรที่อยู่ใกล้ตัว หรือใช้เป็นเครื่องช่วยระบายอารมณ์ สังเกตอาการได้คือไม่ชอบเข้าสังคม ชอบเก็บตัวเงียบ โดยเฉพาะในเมืองไทยสัตว์ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดคือสุนัข เราจึงพบว่าสุนัขถูกล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุด และที่แย่ที่สุดก็เคยได้ยินว่ามีแมวด้วย ผู้ชายจะควบคุมอารมณ์ทางเพศไม่ได้ จากการวิจัยพบว่าก่อนจะมีเพศสัมพันธ์นั้นคาดหวังว่าจะต้องสำเร็จความใคร่ถึง 96% ในขณะที่ผู้หญิงต้องการไม่ถึง 50% จึงเป็นฝ่ายควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าผู้ชาย ฉะนั้นเวลาที่ผู้ชายกลุ่มนี้เกิดอารมณ์ทางเพศจะต้องหาสัตว์ก่อน ถ้าไม่ได้สุนัขก็จะมองหาแมวหรือไก่ แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือทำกับเด็กที่ไร้เดียงสา เพราะไม่มีปากไม่มีเสียง จึงถือว่าเป็นอันตรายต่อสังคม แนวทางการป้องกันถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องแก้ในระดับรัฐบาลที่จะช่วยกันหาทางวิธีในการระบายออกทางเพศ หรือการทำให้สังคมเปิดกว้างเรื่องเพศมากขึ้น เนื่องจากไม่ใช่เรื่องซ่อนเร้นอะไร อาจจะเปิดให้มีการเรียนการสอนเรื่องเพศตั้งแต่ประถม ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ถือเป็นเรื่องอันตรายทั้งกับเด็กเล็กและสัตว์ เพราะถึงแม้จะเป็นสัตว์ก็ไม่ควรถูกกระทำเช่นนี้ และยิ่งหากเกิดขึ้นกับเด็กสังคมก้ต้องยิ่งตื่นตัวหาแนวทางป้องกันร่วมกัน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews