ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทางเลือกใหม่ของคนไทย

ประเทศไทยยังคงขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในหลายสาขา โดยเฉพาะสาขาที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และทรงมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาสุขอนามัยของพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาและวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข

เพื่อพัฒนาบุคลากร การบริการรักษา ตลอดจนเทคโนโลยีทางการแพทย์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับสากล จึงมีพระดำริจัดตั้ง “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” เมื่อปีพ.ศ. 2559 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นวิทยาลัยการแพทย์แห่งแรกที่มีราชบัญญัติจัดตั้งเป็นการเฉพาะของตนเอง มีพันธกิจหลักคือการเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และการแพทย์ชั้นนำของภูมิภาค ที่ผลิตพัฒนาบุคลากรและทำการวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมไปถึงสัตวแพทย์ และการเป็นสถาบันทางการแพทย์ ที่ให้บริการดูแลรักษาแบบบูรณาการ ครอบคลุมทุกโรคโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญและด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล สำหรับประชาชนชาวไทยทุกระดับ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศในการพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ประกอบไปด้วย ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ ที่เน้นการบำบัดรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ สำหรับการบริบาลรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ และคลินิกจักษุ และศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ ที่จะเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ รักษาครอบคลุมทุกโรคอย่างครบวงจร ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง ปัจจุบัน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็นองค์ประธานราชวิทยาลัย และอยู่ภายใต้การบริหารงานของศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รักษาการอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

เป้าหมายของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คือการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ขาดทั้งองค์ความรู้และบุคลากรให้กับวงการสาธารณสุขไทย โดยมีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในระดับปริญญาตรี ประกอบด้วย หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่จะเข้าศึกษา 3 วิธี คือ แบบรับตรงที่พิจารณาคะแนนจากสถาบันศึกษาและการสัมภาษณ์ แบบคัดเลือกผ่านการสอบจากข้อสอบกลางของรัฐ และแบบโควต้าจากโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ที่มุ่งเน้นทักษะในการทำวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และสามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ เพื่อเผยแพร่ต่อยอดความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook